บทความล่าสุด

  • ช็อตเด็ดห้องน้ำหญิง! เมื่อเมฆแอบดู 'ขวัญ' โดนปริมรุม... แล้วเขาก็ปลดปล่อยตัวเองกลางวง!

    สวัสดีครับสมาชิกทุกท่านของ Cavepic.com ยินดีต้อนรับเข้าสู่เรื่องราวอีกหนึ่งบทที่ผมอยากจะมาแบ่งปันให้พวกคุณได้ฟังในวันนี้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของความหลงใหล ความทรงจำ และการค้นพบรสชาติใหม่ๆ ของชีวิต ที่เริ่มต้นจากสนามบาสเกตบอลเก่าๆ แห่งหนึ่ง...

    ชื่อของผมคือ เมฆ ครับ ผมเป็นคนที่คลั่งไคล้กีฬา โดยเฉพาะบาสเกตบอลมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย สนามบาสมันไม่ใช่แค่ลานปูนสำหรับผม แต่มันคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ที่ผมรู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อย ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง แม้ตอนนี้จะก้าวเข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ผมก็ยังคงกลับไปที่สนามบาสของโรงเรียนเก่า มันเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นยางรองเท้า และภาพความทรงจำมากมาย แต่วันหนึ่ง... วันธรรมดาๆ ธรรมดาๆ นั่นแหละครับ ที่มันได้เปลี่ยนมุมมองทั้งหมดของผมต่อสถานที่แห่งนี้ไปตลอดกาล

    วันนั้นเป็นช่วงเย็นหลังเลิกเรียน แสงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงมา อาบไล้สนามด้วยสีส้มทอง ผมเดินลงไปที่สนามเพื่อวอร์มอัพตามปกติ ยังมีนักเรียนบางส่วนหลงเหลืออยู่ในบริเวณโรงเรียน ผมเริ่มเลี้ยงลูก บังคับมันให้เคลื่อนที่ไปตามจังหวะที่คุ้นเคย แต่สายตาของผมก็พลันสะดุดเข้ากับกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นอยู่ พวกเธอไม่ได้เล่นแบบจริงจังเหมือนพวกเรา แต่มันคือการเล่นเพื่อความสนุกสนาน และนั่นแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้ผมหยุดมอง

    พวกเธอดูสดใสมาก ทุกครั้งที่พวกเธอต้องกระโดดขึ้นไปแย่งลูก หรือแม้แต่ตอนวิ่งสปรินต์ กระโปรงนักเรียนตัวนั้นก็จะเปิดออก เผยให้เห็นขอบกางเกงในสีสันต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ มันเป็นภาพที่เรียบง่าย แต่สำหรับผมแล้ว มันคือการจุดประกายบางอย่างขึ้นมา ผมยืนมองอยู่ห่างๆ พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับบรรยากาศรอบข้าง ไม่ให้ตัวเองดูเหมือนกำลังจ้องจับผิดจนเกินไป

    ในกลุ่มนั้น มีคนหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจากความน่ารักของเพื่อนๆ เธอชื่อ 'ขวัญ' ครับ ผมได้ยินเพื่อนๆ ของเธอเรียกชื่อนี้ ขวัญ... ผิวขาวเนียน ตาโตเป็นประกาย และผมยาวสลวย มันตรงกับสเปคที่ใจผมเคยวาดไว้ทุกอย่างเลย แต่ถึงแม้จะถูกดึงดูดอย่างรุนแรง ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความกล้าพอที่จะเดินเข้าไปทักทาย หรือแม้แต่แค่ยิ้มให้เธอได้ ผมจึงเลือกที่จะเล่นบาสต่อไป พยายามบอกตัวเองว่า 'เมฆ อย่าคิดมาก'

    เวลาผ่านไปเรื่อยๆ นักเรียนคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว ความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายก็เริ่มเข้ามาแทนที่ความตื่นเต้นในใจผม ผมเริ่มคิดว่าจะเก็บของแล้วกลับบ้านดีไหม แต่ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากสนาม ผมรู้สึกว่าอยากจะแวะไปทำธุระเล็กน้อยที่อาคารเรียนเก่า ผมเดินไปที่ห้องน้ำหญิงเพื่อล้างหน้าและดื่มน้ำ ความทรงจำวัยเรียนมันถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบๆ อาคาร

    เมื่อผมกลับมาที่บริเวณสนามบาสอีกครั้ง กลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มนั้นก็หายไปแล้ว ผมคิดว่าคงจะแยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้ว ผมจึงเก็บลูกบาสและเตรียมตัวจะมุ่งหน้ากลับ... แต่ขณะที่กำลังเดินผ่านอาคารเรียนเก่า เสียงแปลกๆ ก็ดังลอดออกมาจากห้องน้ำหญิง มันเป็นเสียงพูดคุยเบาๆ ที่ฟังดูเหมือนพวกเธอกำลังซุบซิบนินทากันอยู่ ความสงสัยมันกระตุ้นให้ผมต้องหยุดชะงัก ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ ประตูไม่ได้ล็อกสนิทนัก

    และวินาทีที่ผมแอบมองผ่านช่องประตูนั้น... หัวใจของผมก็เหมือนถูกกระแทกเข้ากับกำแพง มันเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะการสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอก ภาพตรงหน้ามันทำให้ทุกความคิดก่อนหน้านี้ดับวูบลงไปหมด

    ขวัญและเพื่อนของเธออีกคนหนึ่งที่ชื่อ 'ปริม' กำลังยืนอยู่ในห้องน้ำ ทั้งคู่... ไม่มีเสื้อผ้าใส่ครับ ผมเห็นผิวขาวๆ ของพวกเธอชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัวๆ ความรู้สึกตื่นเต้นกับความตกใจมันตีกันอยู่ในอกพร้อมๆ กัน ภาพของขวัญในสภาพเปลือยเปล่า มันช่างงดงามจนแทบจะหยุดหายใจ

    ผมยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรต่อไป ขวัญยังไม่ทันสังเกตเห็นการมีอยู่ของผม แต่สัญชาตญาณบางอย่างมันก็สั่งให้ผมต้องเฝ้ามองต่อ

    ในขณะที่ความเงียบกำลังปกคลุม ผมก็เห็นปริมเริ่มขยับ เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปจับมือของขวัญ แล้วพาดมันไว้บนขอบอ่างล้างหน้า จากนั้น... พวกเธอก็เริ่มต้นจูบกัน มันไม่ใช่การจูบแบบเล่นๆ แต่มันคือการจูบที่ดูดดื่มและเร่าร้อน มือของปริมค่อยๆ เลื่อนลงมา บีบคลึงบริเวณหน้าอกของขวัญอย่างอ่อนโยนแต่ก็หนักแน่น ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนอยู่กับภาพนี้ได้อีกต่อไป ความปรารถนาในตัวผมมันพุ่งพล่านขึ้นมาจนควบคุมแทบไม่อยู่

    ผมรีบล้วงมือเข้าไปช่วยตัวเองทันที ปลายนิ้วสัมผัสกับความแข็งขืนที่กำลังก่อตัวขึ้น ขณะที่พวกเธอทั้งสองคนกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาของพวกเธอในห้องน้ำนั้นเอง...

    ปริมเริ่มใช้ลิ้นของเธอตวัดเลียไปตามร่องเสียวของขวัญ ขวัญครางออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ผมสัมผัสได้ถึงแรงกระตุ้นที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับมันไว้ แต่สุดท้าย... มันก็ไม่เป็นผล ผมปล่อยให้ตัวเองปลดปล่อยออกมาในขณะที่สายตาจับจ้องภาพตรงหน้าอยู่

    หลังจากนั้นสักพัก ปริมก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความต้องการว่า "ขวัญ ทำให้เราบ้างสิ" ขวัญตอบรับคำขอของปริมทันที ทั้งสองคนเริ่มแลกเปลี่ยนความสุขกันอย่างดุเดือดในท่า 69 ขวัญทั้งดูดและเลียให้ปริมอย่างเมามัน ผมคิดในใจนะ... ทำไมผู้หญิงน่ารักขนาดนี้ถึงชอบผู้หญิงด้วยกัน? แต่คำถามนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแปลกแยกเลยแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งเพิ่มความปรารถนาให้กับตัวเองเข้าไปอีก

    เมื่อพวกเธอเสร็จสมอารมณ์แล้ว ผมก็ตัดสินใจเดินออกจากที่ซ่อน และก้าวเข้าไปหาพวกเธออย่างช้าๆ พวกเธอทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นผม แต่ผมรีบพูดขึ้นไปทันทีว่า "ไม่ต้องตกใจนะ ผมจะไม่บอกใครเรื่องนี้ จะเก็บเป็นความลับ" พร้อมกับยื่นข้อเสนอต่อว่า "แต่มีข้อแม้... พวกเธอต้องจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของพวกเธอไว้ให้ผมด้วย"

    ผมได้รู้จักชื่อปริมมากขึ้น และก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่น่ารักมากจริงๆ แต่สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมตลอดเวลานั้น คือความต้องการที่จะเข้าไปสนิทกับขวัญให้มากกว่านี้... อยากจะก้าวข้ามจากสถานะ 'คนแอบมอง' ไปสู่ 'คนใกล้ชิด'

    ผมบอกปริมให้รีบกลับบ้านไปก่อน เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับขวัญเพียงคนเดียว ปริมจึงตอบรับและเดินออกไป ผมพาขวัญไปยังห้องพักครู ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อเราเข้าไปถึง ผมก็ล็อกประตูทันที

    "ทำไมถึงทำอะไรแบบนั้น" ผมเริ่มถามเธอตรงๆ "เธออยากมากใช่ไหม?"

    ขวัญมีท่าทีเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เธอเม้มปากและไม่ตอบ แต่ผมไม่ยอมให้เธอหลบเลี่ยงง่ายๆ ผมเดินเข้าไปหาเธออย่างกล้าหาญ แล้วดึงร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอด

    ผมเริ่มจูบที่ซอกคอของเธอ ไล่จูบลงมาตามแนวเนินอก ขวัญพยายามจะขัดขืนเล็กน้อย แต่แรงของผมมันมากกว่า เธอจึงยอมให้ตัวเองถูกโอบอุ้มไว้ ผมค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ด เผยให้เห็นหน้าอกขาวอวบที่นุ่มนวล และหัวนมสีชมพูที่ตั้งชูชันขึ้นมาอย่างเย้ายวน ผมโน้มตัวลงไปจูบมัน สลับกับการใช้ริมฝีปากบีบเค้นอย่างอ่อนโยน ขวัญก็เริ่มส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน

    ผมไม่รอให้เธอได้ปรับตัวนานนัก ผมก็เริ่มใช้ปากเลียไล้ไปตามผิวเนื้อของเธอ เมื่อเห็นว่าขวัญเริ่มมีอารมณ์ร่วมชัดเจนขึ้น ผมก็ปลดกางเกงในของเธอออก เผยให้เห็นเนินสวรรค์สีชมพูที่มีขนปกคลุมอยู่เพียงเล็กน้อย ผมไม่รีรอที่จะซุกหน้าลงไป เลียไล้ไปตามร่องเสียวของเธอ ขวัญแอ่นตัวรับการกระทำของผมอย่างเต็มที่ เธอครางเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายของเธอก็เริ่มกระตุกเป็นจังหวะ ผมรู้ว่าเธอใกล้จะถึงจุดสูงสุดแล้ว ผมจึงเพิ่มความเร็วในการเลียและใช้ปลายนิ้วช่วยประคองจนกระทั่งเธอเสร็จไปหนึ่งรอบ

    ผมผละออกมา ลุกขึ้นยืน แล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ขวัญมองมาที่ 'มังกร' ของผมด้วยแววตาตกใจ "ทำไมมันใหญ่ขนาดนี้คะ" เธอถามเสียงสั่น

    ผมยิ้มตอบอย่างมั่นใจ "ใหญ่ๆ แบบนี้แหละ ถึงจะทำให้เธอมีความสุขได้เต็มที่" จากนั้น ผมก็จับแก่นกายของตัวเองไปจ่อที่ปากของเธอ ขวัญรับมันเข้าไปในปากทันที และเริ่มดูดเลียให้ผมอย่างเชี่ยวชาญ มันเป็นความรู้สึกเสียวซ่านระดับสิบ ที่แทบจะทำให้ผมทรุดลงไปกองกับพื้น

    เมื่อผมถอนมันออกมา ผมก็จับร่างของขวัญให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมสำหรับการสอดใส่ ขวัญมีสีหน้าผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น แต่ผมกระซิบข้างหูเธอว่า "เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็จะมีความสุขแล้ว"

    ผมเริ่มดันมันเข้าไปในร่องของเธอ มันแน่นมากจริงๆ ครับ เหมือนกับว่าร่างกายของเธอมันถูกออกแบบมาเพื่อรับสิ่งนี้โดยเฉพาะ ผมพยายามค่อยๆ ดันเข้าไปจนสุด ขวัญบิดตัวด้วยความรู้สึกที่ปะทุขึ้น แต่ผมก็ปลอบโยนเธอ "ผ่อนคลายนะ... เมฆอยู่ตรงนี้"

    หลังจากสอดใส่จนสุดแล้ว ผมก็เริ่มขยับเข้าออกอย่างช้าๆ ขวัญเริ่มปรับตัวและส่งเสียงครางออกมาด้วยความสุข ผมเพิ่มจังหวะและความเร็วในการกระแทก จนกระทั่งเธอถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง แต่ผมยังไม่หยุดครับ! ผมจับเธอเปลี่ยนท่าเป็นท่านอนคว่ำ (Doggy Style) แล้วเริ่มกระแทกจากด้านหลัง เสียงเนื้อที่ปะทะกันมันดังสนั่นไปทั่วห้องพักครู ผมสัมผัสได้ถึงความแน่นของร่องนั้นที่บีบรัดแก่นกายของผมอย่างแรง จนในที่สุด... ความอดทนของผมก็พังทลายลง น้ำรักอุ่นๆ ของผมถูกปลดปล่อยเข้าไปในตัวเธอจนหมดสิ้น

    ขวัญกอดผมไว้แน่น เธอพูดออกมาว่า "มันเป็นความสุขที่สุดที่ฉันเคยรู้สึกเลยค่ะ" ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็กระซิบกลับไปว่า "วันหลังเราจะมาทำกันอีกนะ" ขวัญหน้าแดงก่ำและยิ้มอย่างเขินอาย หลังจากนั้นผมก็ส่งเธอกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น

    เมื่อผมกลับมาถึงห้องตัวเอง ผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีเบอร์โทรศัพท์ของปริมอยู่ ในใจมันเกิดความคิดแวบเข้ามาทันที... ถ้าได้ลองกับปริมสักครั้งคงจะดีไม่น้อยเลย ผมจึงตัดสินใจโทรหาเธอ และนัดเธอมาพบ โดยอ้างเหตุผลว่าต้องการคุยเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น ซึ่งแน่นอนว่า ปริมก็ตอบตกลงตามนัด

    เรานัดกันที่ร้านไอศกรีมใกล้บ้าน ในเช้าวันเสาร์ เมื่อผมไปถึงก่อน ผมก็นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ ไม่นานปริมก็ปรากฏตัวขึ้น และเมื่อได้เห็นเธอในวันนี้... โอ้โห! ผมต้องตกตะลึงจริงๆ ครับ

    ปริมดูน่ารักและเซ็กซี่กว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้มาก เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อน กับกระโปรงสั้นสีดำ มันทำให้เธอดูมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ ไม่เหมือนภาพที่ผมคิดว่าเธอจะเป็นสาวมั่นแบบทอมเสียทีเดียว หรือบางทีวันนี้เธออาจจะตั้งใจแต่งตัวมาเพื่อยั่วให้ผมตกหลุมรักก็ได้

    ผมมองเธอไม่วางตา จนกระทั่งเธอรู้สึกได้ถึงสายตาของผม แล้วก็หันมาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย "มองอะไรอยู่คะ" ผมสะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ความคิดตัวเอง ก่อนจะตอบกลับไปแบบติดๆ ขัดๆ ว่า "ไม่มีอะไรครับ..." จากนั้นเราก็นั่งกินไอศกรีมด้วยกัน โดยที่ผมเป็นคนเลี้ยงเอง

    หลังจากที่เราทานของหวานเสร็จ ผมก็บอกปริมว่า "เราไปหาที่คุยกันที่อื่นดีกว่าไหม ที่นี่อาจจะไม่เหมาะ กลัวคนอื่นได้ยิน" ปริมพยักหน้าเห็นด้วย และผมก็นำเธอมายังบ้านของผม

    ในช่วงแรก ปริมมีท่าทีระมัดระวังและเกร็งๆ เล็กน้อยเมื่อเข้ามาในบ้าน ผมจึงรีบปลอบใจเธอว่า "ที่นี่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครอยู่เลย" เธอจึงยอมเดินตามเข้ามา ผมพาเธอไปนั่งที่ห้องรับแขก แล้วก็รินน้ำให้เธอดื่ม จากนั้นผมก็เริ่มแผนการที่วางไว้

    ผมลุกเข้าไปนั่งใกล้ๆ ปริม และเริ่มต้นด้วยคำถามที่ตรงประเด็น "วันนั้น... ทำไมถึงทำแบบนั้น" ปริมยังคงเงียบ เธอเพียงแค่จ้องมองมาที่ผม ผมจึงถามต่อว่า "เคยทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว?"

    ปริมตอบเสียงเบาๆ ว่า "ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกค่ะ"

    ผมถามย้ำอีกครั้ง "อยากลองมากๆ เลยเหรอ?" เธอยังคงไม่พูดอะไร แต่การนิ่งเฉยของเธอก็เท่ากับเป็นการให้ความยินยอมแก่ผม ผมค่อยๆ โอบกอดปริม แล้วหอมแก้มเธอ ปริมมีอาการเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เธอปล่อยให้ผมได้จูบและไซร้ไปตามซอกคอและใบหูของเธอ

    ผมรู้สึกแปลกใจกับความน่ารักที่แฝงอยู่ในตัวเธอ "น่ารักขนาดนี้ ทำไมถึงเป็นทอมล่ะ" ผมถามออกไปอย่างไม่เกรงใจ ปริมดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบกลับมาว่า "ฉันไม่ได้เป็นทอมหรอกค่ะ ที่ทำวันนั้นเพราะดูจากวิดีโอ X มา แต่ไม่กล้าลองกับผู้ชาย เลยไปลองกับขวัญ"

    ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่รู้ความจริง! ปริมไม่ใช่ทอมจริงๆ เธอคือสาวสวยที่มีเสน่ห์ ตาคม ผมยาว ผิวขาว และหน้าอกของเธอนี่มันใหญ่เกินตัวไปมาก มันทำให้เธอทั้งน่ารักและเซ็กซี่กว่าขวัญเสียอีก แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นตามที่ผมคิด แต่ความรู้สึกหลงใหลก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก

    ผมเริ่มต้นด้วยการประกบปากกับปริม แลกลิ้นกันอย่างดุเดือด ผมไซร้ไล้ไปตามซอกคอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอทำให้เลือดในกายผมสูบฉีดมากขึ้น ผมจับปริมลงนอนบนโซฟา แล้วค่อยๆ ปลดสายเสื้อของเธอออก ผมจูบลงมาตามแนวสายเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะปลดมันออกจนหมด เผยให้เห็นเนินอกขาวอวบที่ไม่มีอะไรปกปิด หัวนมสีชมพูของเธอนั้นตั้งชูชันอย่างน่าหลงใหล

    ผมรู้สึกว่านี่คือโอกาสทองที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป ผมเริ่มขยำสองเต้าของปริมอย่างเมามัน และก้มลงดูดเลียด้วยความหิวกระหาย ปริมครางออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอหลับตาพริ้มและแอ่นหน้าอกส่ายไปตามจังหวะการดูดของผม ผมมั่นใจว่าเธอคงรู้สึกเสียวสุดๆ แน่ๆ หลังจากที่ได้อิ่มเอมกับทรวงอกของปริมจนพอใจแล้ว ผมก็เลื่อนมือลงไปใต้ก้นของเธอ ค่อยๆ ยกขึ้นและถกกระโปรงของเธอขึ้นไปจนถึงช่วงเอว

    ผมเห็นขาอ่อนเรียวขาวของปริม มันทำให้ความตื่นเต้นในตัวผมพุ่งสูงขึ้นอีกขั้น ผมเริ่มเลียไล้ลงบนต้นขาอย่างทะนุถนอม แล้วค่อยๆ รูดกางเกงในลายลูกไม้สีชมพูออกจากตัวเธอจนหลุดไปอยู่ที่ปลายเท้า จากนั้นผมก็จับขาของปริมแยกออกและยกมันขึ้นไป จนเนินสามเหลี่ยมของเธอตรงกับใบหน้าของผม ผมเห็นว่าร่องของเธอมันเริ่มเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำเมือกใสๆ แล้ว ผมไม่รอช้าที่จะซุกหน้าลงไปเลียทันที

    ปริมครางออกมาเสียงดังทุกครั้งที่ลิ้นของผมตวัดลงไปในร่องนั้น ผมเปลี่ยนมาใช้นิ้วแยงเข้าออกแทน และปริมก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมคว้านนิ้ววนอยู่ภายใน เธอเริ่มบีบรัดนิ้วของผมอย่างเป็นธรรมชาติ ผมชักนิ้วเข้าออกและมองเห็นกลีบเนื้อสีชมพูที่ปลิ้นเข้าปลิ้นออกตามจังหวะการเคลื่อนไหว ปริมเริ่มกระตุก และน้ำเมือกใสๆ ของเธอก็ไหลออกมาเต็มมือผม ผมบรรจงดูดกลืนมันเข้าไปจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

    หลังจากใช้เวลาในการเล้าโลมอย่างพิถีพิถัน ผมก็ปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด ท่อนเนื้อของผมตั้งตระหง่านและชูหัวสีแดงสดใส่ปริม พอเธอเห็น เธอก็ถึงกับอุทานออกมา "จะใส่เข้าไปได้เหรอคะ"

    ผมตอบกลับไปอย่างท้าทายว่า "ไม่ลองก็ไม่รู้สิ" จากนั้น ผมก็จับหัวของปริมเข้ามาให้ปากของเธอจ่อกับแท่งเนื้อของผม ค่อยๆ กดมันเข้าไปในปาก ปริมดูดเลียอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่งความเสียวซ่านพุ่งถึงขีดสุด ยิ่งตอนที่เธออมไข่ผมทั้งใบเข้าไป ผมก็แทบจะทนไม่ไหวจริงๆ

    ผมจึงตัดสินใจอุ้มปริมขึ้นมา แล้วจับร่องสวาทของเธอที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเมือกของตัวเองมากดจ่อไว้ที่ปลายดุ้นของผม ผมออกแรงกดเข้าไป แต่ร่องของปริมมันคับแน่นมาก มันเข้าไปได้แค่ส่วนหัวเท่านั้น ปริมก็ร้องขอให้ผมหยุดก่อน เพราะเธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ผมเห็นว่ามีเลือดซึมออกมาจากร่องนั้นจริงๆ

    ผมจึงจับปริมลงมาอยู่ในท่านอนหงาย แล้วก้มลงจูบปากเธออีกครั้ง เราแลกลิ้นกันอย่างสุดเหวี่ยง จากนั้นผมก็ลากลิ้นลงมาตามร่างขาวเนียนของปริม จนหยุดอยู่ที่หน้าอกอันชูชัน ผมงับหัวนมของเธอและดูดเลียจนเธอเริ่มครางออกมาอีกครั้ง

    ผมจับขาของปริมแยกออกแล้วดันขึ้นไปชิดกับหน้าอกของเธอจนก้นเธอยกสูงขึ้น ผมออกแรงกดท่อนเนื้อเข้าไปในรูของปริมอีกครั้ง คราวนี้มันเข้าไปได้ลึกกว่าเดิมมาก ผมเริ่มซอยเข้าออกจากจังหวะที่ช้าไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ ปริมครางออกมาเสียงดังและยกขาของเธอขึ้นจับเอง ผมซอยจนกระทั่งแก่นกายของผมเข้าไปได้จนเต็มลำ ปริมตัวสั่นเกร็งไปกับแรงกระแทกของผม

    หลังจากที่ผมกระแทกอยู่สักพัก ผมก็เปลี่ยนให้ปริมมาอยู่ในท่าขาพาดบ่า ปริมครางออกมาว่า "ท่านี้เสียวมากเลยค่ะ" ผมซอยไม่หยุด จนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเมื่อยล้า ผมจึงบอกให้เธอขึ้นมาขย่มบ้าง เธอก็ยอมนั่งคร่อมผมและเริ่มขย่มอย่างเอาเป็นเอาตาย ร่องสวาทของปริมบีบรัดท่อนเนื้อของผมจนแทบจะระเบิดออกมา

    ผมรับหน้าที่ต่อด้วยการจับปริมนอนตะแคง แล้วยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น จากนั้นผมก็กระแทกเธอจากด้านหลัง ผมซอยอยู่นานจนรู้สึกว่าตัวเองใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว จึงบอกปริมไปว่า "ผมใกล้จะถึงแล้ว" ปริมตอบกลับมาว่า "ฉันกำลังจะเสร็จอีกรอบค่ะ" เราจึงเร่งจังหวะการกระแทกฉีดน้ำรักเข้าไปในรูของเธอ

    เรานอนกอดกันสักพัก ผมก็บอกให้ปริมไปล้างตัวในห้องน้ำ ผมเช็ดคราบเลือดที่พื้นแล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอยากขึ้นมาอีกครั้ง ผมจึงเดินไปเคาะประตูห้องน้ำและขออาบน้ำด้วยกัน ปริมก็ยอมเปิดให้ผมเข้าไป

    ในห้องน้ำ ผมเริ่มถูตัวให้ปริมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากนั้นผมก็จับเธอเท้าแขนกับขอบอ่างอาบน้ำ ก่อนจะเสียบเข้าไปจากด้านหลัง คราวนี้มันเข้าง่ายกว่าเดิมมากเพราะมีน้ำสบู่ช่วยหล่อลื่น เราเปลี่ยนไปหลายท่าตามที่ปริมชอบ โดยเฉพาะท่านอนคว่ำ (Doggy Style) ที่เธอบอกว่าชอบที่สุด เพราะมันสามารถเข้าไปได้ลึกจนถึงมดลูก ผมสัมผัสได้ถึงความแน่นนั้นจริงๆ ผมเล่นกับเธอจนปริมขาสั่นและทรุดลง เราช่วยกันล้างตัวอีกครั้งก่อนจะออกมานั่งคุยกันต่อ

    ผมชวนปริมค้างที่บ้านเพราะไม่มีใครอยู่ในบ้านไปต่างจังหวัดสองวัน ตอนแรกเธอดูลังเล แต่เมื่อผมอ้อนวอนและบอกว่าจะสอนท่าเด็ดๆ ให้ ปริมก็ยอมอยู่ ในช่วงสองวันนี้ เรากระแทกกันไม่หยุด ทั้งประตูหน้าและประตูหลัง ผมให้น้ำเธอจนอิ่มเอม จนในที่สุดเราก็เสร็จสมอารมณ์ไปถึง 27 รอบ!

    วันรุ่งขึ้น ผมเห็นปริมนอนซม ไม่สามารถลุกขึ้นได้ เธอบอกว่าเจ็บมากและไปเรียนไม่ไหว ผมจึงไปส่งเธอกลับบ้าน หลังจากเหตุการณ์นั้น ชีวิตของผมก็เหมือนถูกเติมเต็มด้วยรสชาติใหม่ๆ ผมเริ่มแอบโทรหาทั้งปริมและขวัญเพื่อจัดนัดออกมาเล่นเสียวกัน โดยที่พวกเธอไม่รู้เลยว่ามี 'ผัว' คนเดียวกันรออยู่ ซึ่งแน่นอนว่าผมก็ไม่ได้คิดจะบอกอะไรในตอนนี้

    แม้ว่าตอนนี้ผมจะมีแฟนแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังคงหาเวลามาเติมเต็มความต้องการกับสองสาวคนนี้เสมอ เพราะรสสวาทที่พวกเธอทั้งคู่มอบให้มันช่างติดใจจนไม่อาจลืมได้เลย...

    สำหรับเรื่องราวของเมฆ กับการค้นพบความสุขบนสนามบาสเกตบอลแห่งนั้น หวังว่าพวกคุณสมาชิก Cavepic.com จะชอบนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในเรื่องต่อไป สวัสดีครับ

    อ่านต่อ
  • ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง ณ ชั้น 28 ตอนที่ 6(จบ): รุ่งอรุณแห่งความปรารถนา และการเผชิญหน้า ณ ออฟฟิศ

    ตอนที่ 6: รุ่งอรุณแห่งความปรารถนา และการเผชิญหน้า ณ ออฟฟิศ (Dawn of Desire & Confrontation at the Office)

    แสงอาทิตย์ยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของลิฟต์ผู้บริหาร เผยให้เห็นภาพความวุ่นวายที่สงบนิ่งภายในห้องโดยสาร ธีร์ยังคงนอนทาบทับร่างอันอ่อนระทวยของลลิษาอย่างแนบแน่น กอดรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะเลือนหายไปในแสงอรุณนั้น

    พราวยังคงนั่งประคองอยู่ข้างๆ ลลิษาสุดสวย ใบหน้าคมหวานของเธอยังมีสีแดงเรื่อจางๆ จากการถูกธีร์ครอบครองอย่างหนักหน่วง ส่วนเอวาก็หลับปุ๋ยไปแล้ว โดยที่ร่างกายยังคงแนบชิดกับแผ่นอกกำยำของธีร์ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเขา

    ธีร์ค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างเชื่องช้า เขาใช้เสื้อคลุมตัวใหญ่ของตัวเองคลุมร่างสาวๆ ทั้งสามไว้ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง มองภาพความสุขสมนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความรักอันท่วมท้น เขารู้สึกเหมือนได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตมานานแสนนาน

    "อรุณสวัสดิ์ครับ... ที่รักของผม" ธีร์กระซิบกับลลิษา ก่อนจะโน้มตัวลงจูบเบาๆ บนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน "คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุนไปเลย"

    ลลิษายังคงหลับตาอยู่ แต่ริมฝีปากก็เผยอออกเล็กน้อย ราวกับกำลังตอบรับคำสารภาพรักนั้น ธีร์รู้สึกถึงความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่อาจปฏิเสธได้ เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียง 'ดอกฟ้า' อีกต่อไป แต่เป็น **'ราชินี'** ที่เขาปรารถนาจะปกป้อง

    พราวค่อยๆ ขยับตัว เธอใช้มือลูบไล้ไปตามแผ่นอกของตัวเองที่ยังคงรู้สึกตึงเปรี๊ยะจากการถูกธีร์กระตุ้นเมื่อคืนนี้ "เช้าแล้ว... เราต้องลงไปทำงาน" เธอกระซิบเสียงแหบพร่า แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ายวนที่ไม่เคยมีมาก่อน

    เอวาค่อยๆ ขยับตัว เธอหันมามองธีร์ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสดใสและรอยยิ้มแห่งความสุข "พี่ธีร์... เอวารู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตเลยค่ะ!"

    **[การลงสู่โลกแห่งความเป็นจริง]**

    เมื่อลิฟต์เปิดออก ลลิษาก็เป็นคนแรกที่ลืมตาขึ้น เธอเห็นใบหน้าของธีร์อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นผ่านร่างกายอีกครั้ง ก่อนจะถูกความสง่างามของเขาดึงดูดให้จ้องมองอย่างไม่วางตา

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะ... ธีร์" ลลิษากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติมาก เธอไม่ได้ใช้คำว่า 'คุณ' อีกต่อไป แต่เป็นชื่อของเขาโดยตรง!

    พราวและเอวาต่างยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ พวกเธอรู้ดีว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น และพวกเธอก็พร้อมที่จะเปิดเผยความลับนั้นให้โลกรับรู้แล้ว

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณลลิษา... พี่ธีร์" พราวยื่นมือออกไปสัมผัสแขนของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ "ดูเหมือนคุณจะนอนหลับสบายมากเลยนะคะ เมื่อคืนนี้..." เธอแสร้งทำเป็นพูดถึงการติดลิฟต์ แต่สายตาของเธอกลับสื่อสารว่า *'เราเห็นทุกอย่างนะ'*

    ลลิษาสัมผัสได้ถึงความหมายนั้น ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที ความเย่อหยิ่งที่เคยปกคลุมอยู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความเขินอายอันน่ารัก เธอเหลือบมองธีร์เพื่อขอการสนับสนุน และเขาเพียงแค่ยิ้มให้เธออย่างเข้าใจ

    "สบายมากครับ... เพราะมีพวกคุณอยู่ข้างๆ" ธีร์ตอบรับคำทักทายของพราว ก่อนจะหันไปหาเอวา "น้องเอวาก็ดูสดใสเป็นพิเศษเลยนะครับ เหมือนได้พลังงานจากดวงอาทิตย์ยามเช้า"


    เมื่อมาถึงชั้น 30 ของสำนักงานทนายความต่างชาติ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เหล่าพนักงานคนอื่นๆ ต่างมองกลุ่มของพวกเธอด้วยสายตาแปลกๆ โดยเฉพาะเหล่าผู้หญิงที่เคยถูกลลิษาจิกกัด พวกเธอมองภาพลลิษากับธีร์ที่เดินเคียงคู่กันอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคู่รัก

    "คุณลลิษาคะ... วันนี้ดูสดใสกว่าปกติมากเลยนะคะ" เลขานุการสาวคนหนึ่งกล้าที่จะเอ่ยขึ้น
    ลลิษายิ้มรับคำชมนั้น ก่อนจะหันไปมองธีร์ที่กำลังเดินนำหน้าเธอ "ก็เพราะมี 'ผู้ช่วยส่วนตัว' ที่น่ารักที่สุดอยู่ข้างๆ นี่เองค่ะ" เธอเน้นเสียงคำว่า **'ผู้ช่วยส่วนตัว'** อย่างจงใจ

    พราวรีบเสริมทันทีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใช่ค่ะ! คุณธีร์เขาเก่งมากเลยนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เรื่อง... การดูแลสุขภาพจิตของเจ้านายก็สุดยอดไปเลย" เธอเหลือบมองลลิษาอย่างท้าทาย

    เอวาที่เดินตามมาติดๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เธอกระซิบกับพราวเบาๆ "พี่พราวคะ! เมื่อคืนเขาไม่ได้แค่ดูแลสุขภาพจิตนะคะ... เขาช่วยให้ 'น้องเอวา' ได้ปลดปล่อยความเครียดไปพร้อมกันด้วยค่ะ!" เธอพูดเสียงดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยิน

    ลลิษากับพราวมองหน้ากันอย่างรู้ทัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย เป็นการยอมรับสถานการณ์ทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน!


    เมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวของลลิษา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธอสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ ธีร์ก็เดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเธออย่างมั่นคง เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนพนักงานออฟฟิศธรรมดาอีกต่อไป แต่เขาคือผู้ชายที่เพิ่งจะ 'พิชิต' เธอมาแล้ว

    "เชิญนั่งก่อนครับ คุณลลิษา" ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความต้องการ "ผมขออนุญาต... เป็นคนดูแลคุณในวันนี้ได้ไหมครับ?"

    ลลิษานั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวโปรดของเธอ เธอเหลือบมองเขาอย่างพิจารณา ก่อนจะตอบรับด้วยการเอียงศีรษะเล็กน้อย "ก็ได้ค่ะ... แต่ต้องเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบนะคะ"

    พราวและเอวาเข้ามาประจำตำแหน่งตามหน้าที่ พราวยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน คอยดูแลเอกสารให้เธอ ส่วนเอวาก็ไปนั่งบนโซฟาหนังตรงมุมห้องอย่างสบายอารมณ์ ธีร์ยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของลลิษา ราวกับเป็นเงาที่พร้อมจะโอบอุ้มเธอไว้เสมอ

    "คุณธีร์คะ..." ลลิษากล่าวขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอดูอ่อนหวานลงมากจนน่าใจหาย "เมื่อคืน... คุณไม่ได้แค่ช่วยให้ไม่ตายในลิฟต์นะคะ แต่คุณทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นเด็กสาวที่ถูกปรนเปรออย่างแท้จริง"

    ธีร์โน้มตัวลงไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาสัมผัสกับต้นคอระหงของเธอ "เพราะคุณคือความสมบูรณ์แบบครับ ลลิษา... คุณสวยเกินกว่าจะปล่อยให้ใครมาทำลายได้ง่ายๆ ผมอยากเป็นคนดูแลทุกส่วนของคุณ"


    เมื่อการประชุมเล็กๆ เกี่ยวกับแผนงานแคมเปญปีใหม่เริ่มขึ้น และลลิษาก็ต้องเดินออกไปเข้าห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า ธีร์ก็ไม่รอช้า เขาเดินตามเธอเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่

    ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ความเป็นทางการทั้งหมดก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว!

    "คุณลลิษา..." ธีร์เรียกชื่อเธอด้วยเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน "ผมอยากจะยืนยัน... ว่าเมื่อคืนมันไม่ใช่แค่ฝันไป"

    ลลิษากำลังปลดกระดุมเสื้อสูทของตัวเองอย่างเชื่องช้า เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นใหม่ "คุณจะยืนยันยังไงคะ... คุณธีร์?"

    ธีร์ไม่ตอบด้วยคำพูด เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือใหญ่ของเขากุมเอวคอดของเธอไว้แน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาสูดดมกลิ่นหอมหวานจากลำคอของเธออีกครั้ง กลิ่นกายที่คุ้นเคย... มันคือยาเสพติดชั้นดีสำหรับเขา

    "ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นด้วยร่างกายนี้ครับ..." เขาคำรามเบาๆ ก่อนจะใช้ริมฝีปากประกบลงบนริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วง การจูบครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อคืน มันไม่ใช่การสำรวจ แต่คือ **'การยึดครอง'**

    ลลิษาสะท้านไปทั้งตัว เธอตอบรับการจูบนั้นด้วยความกระหายที่ถูกเก็บกดมานาน มือเรียวสวยของเธอรีบคว้าปกเสื้อสูทของเขาไว้แน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในรสจูบอันเร่าร้อน

    ธีร์ผละออกเล็กน้อย ดวงตาของเขามืดมัวไปด้วยไฟปรารถนา เขาใช้มือข้างหนึ่งเลื่อนต่ำลงมาที่กระโปรงผ้าไหมสีแชมเปญอย่างช้าๆ นิ้วหัวแม่มือของเขาค่อยๆ สอดเข้าไปใต้ชายกระโปรง... **สัมผัสกับความนุ่มนิ่มและร้อนระอุของต้นขาเธอ**

    "คุณนี่มัน..." ธีร์พึมพำด้วยเสียงแหบพร่า "หวานจนน่ากลืนกินจริงๆ"

    เขากดนิ้วลงไปที่ขอบกางเกงในสีขาวบริสุทธิ์อย่างจงใจ ก่อนจะค่อยๆ ดึงมันลงมา... **ช้าๆ... ช้าๆ...** เผยให้เห็นความลับอันเร่าร้อนของเธอ—กลีบสาวที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักใสๆ ที่ยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด

    ธีร์โน้มตัวลงไปอีกครั้ง เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะสอดใส่ แต่เขาต้องการ 'ลิ้มรส' มันก่อน ลิ้นร้อนของเขากระดิกออกไปแตะที่กลีบสาวอย่างแผ่วเบาที่สุด ก่อนจะเริ่มตวัดเลียวนเป็นวงกลมอย่างเชี่ยวชาญ

    "อื้อ..." เสียงครางเล็กๆ หลุดออกมาจากลำคอของลลิษา เธอไม่ทันตั้งตัว! ความรู้สึกแปลกใหม่นี้มันช่าง... **เหนือกว่า** การถูกกระแทกเสียอีก!

    ธีร์ใช้สองมือประคองสะโพกสวยนั้นให้ยกขึ้นรับเขาอย่างเต็มที่ เขาจ้องมองร่องสวาทที่กำลังเปิดอ้า รับลิ้นของเขาอย่างเชิญชวน ก่อนจะเริ่มตวัดเลียอย่างเน้นๆ ปาดซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ลิ้นสากของเขาสัมผัสถึงความอ่อนนุ่ม ความร้อน และรสชาติอันหอมหวานของเธอ

    "ซีดส์....ธีร์... อ๊า..." ลลิษาร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มตอบสนองโดยอัตโนมัติ มือของเธอกำเข้ากับเส้นผมสีเข้มของเขาอย่างแน่นหนา


    ธีร์ไม่รอให้เธอร้องขออีกต่อไป เขาใช้สองมือจับสะโพกกลมกลึงนั้นไว้มั่น ก่อนจะออกแรงดันท่อนเอ็นที่แข็งแกร่งจนแทบจะทะลุออกมาจากเป้ากางเกงในของเขาเอง!

    "พร้อมไหมครับ... ลลิษา?" เขาถามเสียงกระเส่าที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    เธอพยักหน้าอย่างรุนแรง ดวงตาปิดสนิท "พร้อมค่ะ... ธีร์!"

    ด้วยการผลักดันครั้งสุดท้าย ธีร์ก็สอดใส่ท่อนเอ็นอวบใหญ่ของเขาเข้าไปในช่องหลืบอันฟิตแน่นนั้นจนมิดลำ! **"อ๊าาาาาาา!!!"** ลลิษาร้องลั่นห้องน้ำ เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดผสมผสานกับความสุขสมอย่างถึงที่สุด

    ธีร์หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ร่างกายของเธอปรับตัวเข้ากับขนาดอันมหึมาของเขา ก่อนจะเริ่มขยับเอวช้าๆ เนิบนาบ... **ตั่บ... ตั่บ...** การเคลื่อนไหวที่หนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทำให้ลลิษารู้สึกเหมือนถูกโอบกอดโดยเทพบุตรแห่งความปรารถนา

    "อือออ....ธีร์... มันแน่นจังเลย..." เธอพึมพำออกมาอย่างยากจะเชื่อ "ซีดส์...."

    เขาเร่งเครื่องขึ้นเล็กน้อย การกระแทกเริ่มถี่และหนักหน่วงขึ้นตามสัญชาตญาณของชายผู้ถูกปลุกเร้าเต็มที่ ธีร์จับสะโพกเธอให้ยกสูงขึ้น รับแรงปะทะจากท่อนเอ็นอย่างเต็มที่ เสียงเนื้อกระทบกันดัง **พั่บ! พั่บ!**

    ลลิษาสัมผัสได้ถึงความสุขสมที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกระลอก เธอเริ่มตอบสนองด้วยการแอ่นสะโพกรับเขาเองราวกับเป็นผู้ควบคุมเกมนี้เสียเอง "ซีดส์....ธีร์ .... เสียว...ซีดส์ ....จะไม่ไหวแล้ว...."


    เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดกำลังจะมาเยือน ธีร์ก็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีกครั้ง! เขาโหมกระแทกอย่างบ้าคลั่งราวกับต้องการถ่ายทอดทุกอณูของความรักและความปรารถนาทั้งหมดลงไปในตัวเธอ ลลิษากรีดร้องออกมาด้วยความหฤหรรษ์ที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้

    "อี๊ยยยย.....อา... ธีร์คะ ... เสียววว..ซีดส์ ....จะไม่ไหวแล้ว...."

    ร่างงามของเธอกระตุก ส่ายตัวบิดเกร็ง แอ่นสะโพกโหนกนูนเข้ารับท่อนเอ็นนั้นด้วยความหฤหรรษ์ที่สุดในชีวิต มือเรียวสวยจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกำยำของเขาอย่างไม่รู้ตัว

    ธีร์เห็นสัญญาณแห่งการปลดปล่อยนั้น เขากระแทกเข้าใส่ครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรงจนร่างของลลิษาเกือบจะหลุดออกจากพื้น! น้ำเชื้อร้อนๆ ของเขาทะลักทะล้นเข้าไปในช่องสวาทที่กำลังบีบรัดราวกับจะดูดกลืนมันไว้ทั้งหมด

    "อูยยยย.. ผมก็...ซีดส์สส....อูยยย..." เสียงคำรามแห่งความพึงพอใจดังลั่นห้องน้ำ ธีร์และลลิษากอดกันแน่น จูบปากกันอย่างดูดดื่ม เนิ่นนานราวกับว่าพวกเขาได้ค้นพบสิ่งที่ตามหามาตลอดชีวิตแล้ว

    เมื่อผละจูบออกจากกัน ลลิษาค่อยๆ ทรุดตัวลงพิงแผ่นอกกว้างของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความสุขสมและความอับอายที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ในดวงตาคู่นั้น... มันเต็มเปี่ยมไปด้วย **'การยอมรับ'**

    ธีร์ค่อยๆ โอบอุ้มร่างอันอ่อนระทวยนั้นไว้ในอ้อมแขน เขาจุมพิตลงบนเรือนผมของเธออย่างแผ่วเบา "คุณคือทุกสิ่งของผม ลลิษา..."

    เขาไม่ได้เพียงแค่ 'พิชิต' เธอ แต่เขากำลัง **'รัก'** เธอ และการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงนี้ ก็ได้ถูกประกาศให้ทุกคนในออฟฟิศได้รับรู้แล้ว... รุ่งอรุณแห่งความปรารถนาได้มาถึงแล้ว.

    อ่านต่อ

บทความล่าสุด

ยอดนิยมมากที่สุด