ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง ณ ชั้น 28 (The Night of Celebration on Floor 28) ตอนที่ 2: ติดกับดักลิฟต์ และการเผชิญหน้าครั้งแรก

🔴 1 คนกำลังอ่านบทความนี้

ตอนที่ 2: ติดกับดักลิฟต์ และการเผชิญหน้าครั้งแรก (Trapped in the Elevator & The First Encounter)

เสียง "กึก! กึก!" ที่ดังขึ้นอย่างผิดจังหวะราวกับหัวใจของเครื่องจักรขนาดมหึมากำลังเต้นผิดปกติ ทำให้บรรยากาศแห่งความสุขสงบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความตึงเครียดฉับพลัน ลิฟต์หรูหรากว้างขวางตามสไตล์ผู้บริหาร ขนาดสามคูณสามเมตร หยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็งอยู่กลางอากาศ พัดลมระบายอากาศหยุดหมุนทันที ความเงียบงันที่มาพร้อมกับเสียงกลไกแปลกๆ นั้น ช่างน่าอึดอัดจนแทบจะทำให้ทุกคนหายใจไม่ออก

"อุ้ย! ลิฟต์เป็นอะไรคะ คุณลลิษา?" พราวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เธอรีบหันไปมองแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว
"ไม่รู้สิคะ เอ เป็นอะไรไป นี่คุณกดปุ่มอะไรหรือเปล่า?" ลลิษายิงคำถามใส่ธีร์ทันที ดวงตาคู่สวยของเธอฉายแววของการตำหนิและความไม่พอใจ เธอรู้สึกว่าการที่เขาอยู่ตรงนี้ ทำให้ความสมบูรณ์แบบของค่ำคืนนี้ถูกบดบังด้วยกลิ่นอับๆ ของชุดทำงานราคาประหยัดของเขา

ธีร์ ผู้ซึ่งกำลังก้มหน้ามองพื้นอย่างสำรวม ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ดวงตาคมเข้มนั้นไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก แต่กลับมีความเหนื่อยหน่ายที่ถูกกดทับไว้ "โธ่ คุณลลิษา กดเอง เสียบการ์ดเองทั้งหมดครับ ผมจะรู้ได้อย่างไร" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเซ็งๆ ราวกับว่าเธอเป็นคนที่สมควรได้รับเรื่องนี้ที่สุด

คำพูดนั้นของเขาเหมือนเป็นการตอกย้ำสถานะทางสังคมระหว่างพวกเขาทันที *'คุณ'* กับ *'ผม'*—มันคือการประกาศเขตแดนอย่างชัดเจน ลลิษากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้สึกว่าความเย่อหยิ่งที่เธอพยายามรักษาไว้กำลังถูกท้าทายโดยชายหนุ่มคนนี้

"ก็คุณดูสิคะ!" ลลิษาเน้นเสียง "ป้ายประกาศซ่อมลิฟต์! นายฝรั่งก็เตือนผมแล้วว่าต้องมีการปิดบำรุงรักษาช่วงนี้!" เธอชี้ไปยังแผงควบคุมที่ติดอยู่ข้างประตูอย่างฉุนเฉียว "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ธีร์เหลือบมองตามนิ้วเรียวสวยของเธอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างยอมจำนนต่อความโกรธเกรี้ยวของเธอ "ผมก็ดูแล้วครับคุณลลิษา... มันระบุชัดเจนว่าปิดซ่อมระหว่าง 23:00 น. ของวันนี้ จนถึง 05:00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 47 และที่สำคัญที่สุดคือ **จะมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบระบบสื่อสารภายในอาคารทั้งหมดด้วย**"

คำพูดนั้นเหมือนการตอกตะปูลงบนโลงศพแห่งความสะดวกสบายของเธอ ลลิษาหน้าซีดเผือด ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว "บ้าจริง! ทำไมไม่มีใครบอกให้ชัดเจนกว่านี้!" เธอสั่นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าของเธอคงไร้ประโยชน์

"ก็ติดไว้นานแล้วครับ แล้วพวกคุณก็โอ้เอ้ จนถึงเวลาพอดี ผมละซวยจริงๆ ที่ต้องมาติดแง้กในลิฟต์กับเหล่าเทพธิดา!" ธีร์บ่นออกมาอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก แต่คำพูดนั้นกลับฟังดูน่ารักและจริงใจจนทำให้ลลิษารู้สึกเหมือนถูกโจมตีด้วยเสน่ห์ของเขา


ทันใดนั้นเอง... **ไฟเพดานลิฟต์ก็ค่อยๆ ดับลง!**

ความสว่างไสวที่เคยเป็นฉากหลังให้กับความเย่อหยิ่งของลลิษาพลันหายไป เหลือเพียงแสงริบหรี่จากช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่อยู่ด้านบน ลิฟต์มืดจนมองแทบไม่เห็นอะไรตรงหน้า ความตกใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

"กรี๊ด! ไฟดับด้วย!" เอวาเด็กสาวแสนสวยร้องออกมาอย่างสุดเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวกับลูกแก้วที่สะท้อนความหวาดกลัว "พัดลมก็ดับ ไฟก็ดับ จะทำยังไงดีล่ะคะ คุณลลิษา?"

พราวหน้าซีดเผือด แต่สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพของเธอก็เข้ามาควบคุมสถานการณ์ เธอรีบมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปหาธีร์ "นี่คุณ ลองปีนขึ้นไปดูที่เพดานหน่อย มีช่องทางออกไหมคะ?"

ธีร์ไม่ลังเล เขาตอบรับด้วยความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนน้อม "ครับ ผมจะลองดู"

สายตาของเขาค่อยๆ ปรับการมองเห็นในความมืดได้ดีกว่าคนอื่น เขาสามารถแยกแยะรูปทรงของผนังและราวสแตนเลสได้อย่างชัดเจน ความรู้สึกร้อนอบอ้าวที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากกลไกที่หยุดทำงาน ทำให้เขารู้สึกถึงไอระเหยของน้ำหอมราคาแพงที่สาวๆ ทั้งสามกำลังปล่อยออกมา กลิ่นหอมหวานนั้น... มันช่างเย้ายวนจนแทบจะทำให้เขาเสียสติ

ธีร์ค่อยๆ เหยียบขึ้นไปบนราวสแตนเลสที่เกาะผนัง เขาปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว เกาะอยู่บนเพดาน ก่อนจะเคาะโป๊กๆ ที่พื้นผิวโลหะ "ก๊อก... ก๊อก..." เขาสัมผัสได้ถึงช่องพัดลมระบายอากาศเล็กๆ ที่ยังคงเปิดอ้าอยู่

*สมองของเขาแล่นปรู๊ด!* ถ้าเขาสามารถปิดช่องระบายลมให้เล็กลง อากาศที่ร้อนอบอ้าวนี้จะถูกกักเก็บไว้ และสาวๆ เหล่านี้... พวกเธอจะทำอย่างไร? อาจจะต้องถอดเสื้อผ้าโชว์เนื้อหนังอันสวยงามให้เขาได้ชมก็ได้

ธีร์พยายามใช้ปลายนิ้วเขี่ยให้ใบพัดหมุนมาปิดช่องระบายอากาศอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ ปีนลงมา หอบหายใจดังเฮือกเล็กน้อยจากการออกแรง "มีช่องลมอยู่ครับ ผมเปิดให้อ้ามากที่สุดแล้ว เผื่อว่าช่างซ่อมเขาลงมาใกล้ๆ เราค่อยตะโกนบอกเขาได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นปกติที่สุด


"จะทำยังไงดีคะ พี่พราว เอวากลัวจัง..." ลลิษายอมยอมที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาบ้าง เธอหันไปหาพราวอย่างหมดหนทาง
"ไม่มีอะไรหรอก รอหน่อยจนเช้าก็ได้ ดีสิ มีคนอยู่ด้วยหลายคน ถ้าเหลือพี่กับน้องเอวาละ น่ากลัวแย่เลย" พราวปลอบโยน

ธีร์ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นลิฟต์ เขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาอย่างที่สาวๆ คาดหวัง "นั่งพักก่อนเถอะครับ เดี๋ยวช่างลงมาเช็คที่ตัวลิฟต์เราค่อยตะโกนเรียก"

ลลิษาหาที่ระบายความโกรธเกรี้ยวของเธอไม่เจอ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด "นี่คุณ ไม่ตกใจบ้างเลยนะ?"
ธีร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ "ก็ผมเจอบ่อยๆ ครับ มหาลัยที่เรียน... ลิฟต์เก่าโคตรเลยครับ ลิฟต์ติดทุกวันเลย"

"ที่ไหนคะ เอวาจะได้ไม่เอ็นท์เข้า?" พราวถามด้วยความสนใจ
"ที่ ม... นะครับ" ธีร์ตอบอย่างรวดเร็ว "ตึกเก่าๆ ทั้งนั้นเลยนี่ แพตตี้เคยไปหาเพื่อนสมัยตอนเรียนมหาลัย"

พราวหันไปถามลลิษา "คุณลลิษาล่ะคะ เคยเจอแบบนี้ไหม?"
ลลิษาส่ายหน้าเล็กน้อย พยายามรักษาภาพลักษณ์ของสาวไฮโซที่สมบูรณ์แบบไว้ "ไม่เคยหรอกค่ะ ที่เมืองนอกน่ะ เขาเซอร์วิสกันดีมากๆ เซพตี้สุดๆ"


ทันใดนั้น เอวาก็เริ่มหายกลัวแล้ว แต่ความร้อนและความอับชื้นก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความกระหายอย่างรุนแรง "หิวน้ำจัง พี่พราว" เธอเอ่ยเสียงหวาน พราวรีบตอบรับเบาๆ "กลืนน้ำลายก่อนสิ ดื่มน้ำเข้าไปจะปวดห้องน้ำนะ"

ธีร์ได้ยินบทสนทนานั้น เขาก็รู้สึกถึงความต้องการทางกายที่เริ่มก่อตัวขึ้นเช่นกัน เขาหันไปหาเอวาอย่างอ่อนโยน "พี่ชื่ออะไรครับ หนูชื่อเอวา นี่พี่พราว แล้วก็พี่คนสวยนั้นชื่อ พี่ลลิษา"
เอวายิ้มกว้าง "ผมชื่อธีร์ครับ อยู่สำนักงานทนายความชั้นสามสิบ ดูแลเอกสารของคดีต่างประเทศ"

ธีร์ดูเหมือนจะรู้สึกเอ็นดูในตัวเอวาเป็นพิเศษ เธอช่างพูด ช่างเจรจาไม่หยุด เขาจึงตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน "ทำนานยังครับพี่?"
"ก็สองปีกว่าแล้วค่ะ จบเนติฯ ก็เข้าบริษัทนี้เลย เพราะอยากพูดภาษาอังกฤษให้คล่องโดยไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกเหมือนคนรวยๆ อย่างคุณลลิษาไงคะ" ธีร์กระแทกสาวสวยลูกมหาเศรษฐีเล่น

ลลิษาสะบัดหน้าพรืดเล็กน้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกกับปฏิกิริยาของเขา "ไง แล้วพูดได้ดีไหม ลองพูดเป็นภาษาอังกฤษให้ฟังหน่อยดิ เพื่อจะจ้างเป็นพนักงาน" เธอท้าทายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

ธีร์หัวเราะเบาๆ เขาเริ่มแนะนำตัวและเล่าถึงความเป็นมาของตัวเองอย่างช้าๆ เสียงของเขา... มันนุ่มลึกจนเอวาอดไม่ได้ที่จะผสมโรงคุยโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษตามไปทันที ลลิษามองภาพนั้นด้วยความทึ่งในใจ *คนจบในประเทศที่ไม่ได้เรียนเอกอังกฤษ จะพูดได้ดีขนาดนี้ได้อย่างไร?* พราวเองก็รู้สึกว่าสำเนียงของเขาเหนือกว่าเธอเสียอีก แม้จะทำงานกับฝรั่งและเรียนโทจากต่างแดนมาแล้วก็ตาม

"สำเนียงดีจัง หัดมาจากไหนคะ?" พราวถามด้วยความชื่นชม
"ก็แหม่มเลขานายครับ แกช่วยเกลาให้พูดผิด ปรับคำละสิบบาท ค่าขนมเลี้ยงกันในออฟฟิศ โดยเข้าบ่อยๆ ก็ต้องรีบปรับปรุงตัว ไม่งั้นไม่มีค่าข้าวกิน!" ธีร์ตอบอย่างติดตลก

"ไม่เหมือนเอวา ภาษาไทยเพี้ยนที่ไร เพื่อนโห่ทุกที ต้องจำสำเนียงแปลกเรื่อย ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ไม่งั้นละก็..." พราวแซว
"เหมือนเมื่อปีก่อนไง เอวาพูดอะไร พี่ไม่รู้เรื่องเลย!" ลลิษาก็เสริมอย่างสนุกสนาน

บรรยากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นตามลำดับ เหงื่อซึมตามไรผมของทุกคน ทุกคนหายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อรับมือกับความอับชื้นนี้... และนั่นคือสัญญาณที่บอกว่า **การควบคุมสถานการณ์กำลังจะหลุดลอยไปจากมือของสาวไฮโซอย่างลลิษา**

ธีร์กล่าวคำขอโทษพวกเธออีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อแขนยาวออก เผยให้เห็นเสื้อยืดคอกลมสีขาวข้างใน เขาค่อยๆ ปูตัวนอนชันเข่าตามความยาวของลิฟต์ เอวาก็รู้สึกเมื่อยจนเอนตัวลงนอนข้างๆ เขา ธีร์ขยับแบ่งเสื้อให้เอวาครึ่งหนึ่ง เด็กสาวแสนสวยก็หันหน้าไปทางลลิษาและพราว

"นอนพักก่อนเถอะค่ะ พี่พราว พี่ลลิษา สองชั่วโมงกว่าแล้ว" เอวากระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย
"พลัดกันนอนพักเถอะ เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนกันเฝ้ารอช่างมา เฮ่อ ร้อนจัง..." พราวบ่นเบาๆ เธอถอดเสื้อตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีอ่อนที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ธีร์รู้สึกถึงความสุขสมอย่างท่วมท้นในใจ เขาได้พบกับเหตุการณ์ที่เขาเฝ้ารอมาตลอดชีวิต! เด็กสาวลูกครึ่งแสนสวยนอนข้างๆ ใบหน้าของเธอหันเข้าหาเขา หน้าอกตึงเต็มแน่นภายใต้เสื้อยืดฟิตเปรี๊ยะ ชุ่มเหงื่อ กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมปนกลิ่นสาบสาวนั้น... มันช่างเป็นส่วนผสมที่หอมหวลจนน่าหลงใหล เขาเอนตัวลงเล็กน้อย มองไปยังลลิษา เธอเองก็มีเหงื่อซึมเต็มหน้า แต่ยังคงรักษาท่าทางเชิดหยิ่งไว้ได้ ไม่ยอมถอดเสื้อตัวนอก

"พี่คะ เวลาติดลิฟต์เมื่อก่อน ทำยังไง?" เอวาหันมาพูดกับธีร์ กลิ่นปากของเธอหอมกรุ่นจนน่าหลงใหล
"ก็ ถ้าอยู่กับเพื่อนก็คุยไปเรื่อยๆ ถ้าติดกับเพื่อนผู้หญิง ก็ทำแบบนี้..." ธีร์เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะคำรามออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ... **"ฮือ ฮือ ฮือ ฮ่า ฮ่า!"**

เสียงหัวเราะของลลิษาดังขึ้นทันทีด้วยความตกใจ พราวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกๆ ที่เห็นปฏิกิริยาของเธอ "ไอ้บ้า!" ลลิษากระแทกเสียงใส่เขาอย่างโกรธจัด แต่ในแววตานั้นกลับมีความขบขันซ่อนอยู่

"คิก คิก พี่นี่น่ารักจัง" เอวาหัวเราะกับไหล่ของธีร์ เธอรู้สึกถึงรสสัมผัสของกลิ่นตัวและกลิ่นผมหอมกรุ่นจนร่างกายเริ่มตอบสนอง ธีร์รับรู้ได้ทันที! ความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงยีนส์ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

เอวาแนบหน้าเข้ากับไหล่ล่ำสันของเขา เล่น รู้สึกสนุกและไม่ได้กลัวอะไรอีกต่อไป เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดในโลกที่ได้เจอชายหนุ่มแสนล่ำขี้เล่นคนนี้ จึงหันตัวไปนอนแนบกับร่างกำยำยิ่งขึ้น ทำให้แก่นกายของธีร์พองตัวจนเห็นเป็นรูปทรงชัดเจนผ่านเป้ากางเกง... *อูยยยย!*

"ขนาดมันใหญ่เหลือเกิน เกินเจ็ดนิ้วด้วยมั้ง..." เอวาหรี่ตามองคะเนด้วยสายตาซุกซน พราวเองก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน สาวบริสุทธิ์อย่างพราวยอมกลืนน้ำลายเอื้อกหลับตาปี๋เมื่อเห็นมัน เธออดไม่ได้ที่จะด่าเอวาในใจว่า *'ไปแหย่ให้เสือตื่น เดี๋ยวก็มีเรื่องหร่อก!'*

"หิวน้ำจัง พี่พราว" เอวากระซิบเบียดร่างธีร์แน่น "พี่มีน้ำอยู่หน่อยหนึ่งในเป้ เอวาขอได้ไหมคะ?"
ธีร์ลุกขึ้นนั่งอย่างอายๆ เมื่อรับรู้ถึงสายตาของเอวาและพราวที่จับจ้องมาที่เขา ลลิษานั้น... ไม่มองด้วยแววเหยียดหยาม แต่กลับมองด้วยความสนใจใคร่รู้อย่างเปิดเผย

"อุ้ย ขอบคุณค่ะ" เอวากอดธีร์แน่น หอมแก้มฟอดอีกครั้ง
พราวยิ้มอย่างเอ็นดูในความเป็นเด็กของเอวา "ไร้เดียงสาเกินไปแล้วนะนังเด็กบ้า" เธอส่ายหน้าเบาๆ

ธีร์เปิดเป้ หยิบขวดน้ำเล็กครึ่งลิตรออกมา เขาจิบไปนิดหน่อยก่อนจะส่งให้เอวา "ค่อยๆ จิบนะครับ มีอยู่แค่นี้ พอประทังจนถึงเช้า" เอวากินเพียงเล็กน้อยก็ส่งต่อให้พราวรับมาดื่มอึกหนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังลลิษา

ลลิษานั้น... แม้ปากจะบอกว่าไม่หิว แต่ความกระหายในลำคอก็เรียกร้องอย่างรุนแรง เธอส่ายหน้าปฏิเสธด้วยท่าทีหยิ่งผยอง "คุณพราวเก็บน้ำไว้เถอะค่ะ ผมไม่ค่อยหิว กลัวปวดปัสสาวะ"

ธีร์แกล้งทำเสียงออดอ้อน "ขอบคุณครับ" พราวยิ้มในใจ *'มีอะไรระหว่างสองคนนี้แน่ๆ ทำไมลลิษาที่แสนน่ารัก ถึงปั้นปึ่งกับนายโอบอ้อมนี่จัง?'* เธอเริ่มวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้ว


เอวาซึ่งร้อนจนเหงื่อตกตามสัญชาตญาณของเด็กฝรั่ง ก็ตัดสินใจถอดกางเกงยีนส์ที่เปียกโชกออก เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนราวกับไข่มุก และโคกอูมสวยเต็มสาวในชุดชั้นในสีขาวตัวจิ๋วที่แทบจะมองไม่มิด

ภาพนั้นทำให้ธีร์ตาเบิกกว้างจนเกือบทะลุออกมาจากดวงตา! ร่างงามผุดผ่องของเอวาภายใต้ความมืดสลัว ทำให้เขาเห็นความขาวโพลนอย่างชัดเจน เอวานอนมองหน้าธีร์ เห็นอาการของเขาแล้วก็ยิ่งแกล้งแยกขาออกเล็กน้อย เปิดให้เห็นโคกอูมสวยเต็มสาวในชุดชั้นในตัวจิ๋ว

"พี่พราว ถอดเสื้อผ้าออกสิคะ ค่อยหายร้อนหน่อย ในนี้มืดออกอย่างงี้ พี่ธีร์มองไม่เห็นหรอกค่ะ คิดว่าใส่ชุดว่ายน้ำละกัน!" เอวาเสนอความคิดสุดป่วน

พราวยอมรับข้อเสนอนั้น เธอถอดเสื้อกล้ามสีอ่อนที่เปียกชุ่มออก เหลือเพียงเสื้อชั้นในสีขาว เผยให้เห็นเนินอกสวยภายใต้แสงสลัวๆ พราวเองก็รู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว จึงค่อยๆ ถอดเสื้อกล้ามและกางเกงสแล็กสีเข้มที่แนบเนื้อออกมาพาดกับราวสแตนเลส

เธอหันมาบอกลลิษาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง "คุณลลิษาสิคะ ถอดเสื้อออกเถอะค่ะ ร้อนอบอ้าวจะตายอยู่แล้ว อ้าว คุณลลิษา?"

ทันใดนั้นเอง... พราวก็สังเกตเห็นความผิดปกติของร่างลลิษา! ลลิษานั้นไม่ได้แค่เหงื่อซึม แต่ดูเหมือนตัวอ่อนระทวยราวกับสิ้นสติ รีบเอากระดาษพัดให้เธออย่างรวดเร็ว "นี่ ธีร์ เอวา มาช่วยคุณลลิษาหน่อย ท่าทางจะเป็นลม!"

ทั้งธีร์และเอวารีบถลาเข้าไปประคองร่างของสาวไฮโซที่กำลังอ่อนแรง ลลิษาสำลักค่อกแค่กรู้สึกตัว เอวาจึงรีบปลดกระดุมเสื้อสูทสวยเก๋ให้เธอ เผยให้เห็นยกทรงบางๆ ที่ชุ่มเหงื่อ ธีร์มองภาพนั้น... **หัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้น**

เขาโน้มตัวลงไปสัมผัสเนื้อตัวของสาวในดวงใจ กลิ่นกายที่หอมหวานผสมกับกลิ่นน้ำหอมสุดเย้ายวน มันทำให้ความกระสันที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ร่างกำยำต้องงอตัวลงจนแก่นกายแข็งจนหัวแทบจะลอดออกมาจากกางเกงในสีขาวของเขา เมื่อเห็นร่างสวยสมบูรณ์แบบของลลิษา... *นี่คือสิ่งที่เขาเฝ้าฝันถึง!*

"เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปดูช่องลมอีกทีดีกว่า ทำไมมันร้อนอบอ้าวไม่มีอากาศเข้ามาเลย" ธีร์พูดกับเอวาอย่างมุ่งมั่น เขาถอดกางเกงออก เหลือเพียงเสื้อคอกลมและกางเกงในสีขาว กลางลำตัวของเขาตอนนี้คือท่อนเอ็นยาวใหญ่ที่แข็งจนปูดโปนขวางอยู่ราวกับกระบอกไฟฉายขนาดมหึมา


ธีร์ปีนขึ้นไปบนเพดานอีกครั้ง เขาเปิดช่องลมให้กว้างที่สุด นิ้วกลางของเขาเกี่ยวเข้ากับคมใบพัด *อุ้ย!* เขาสะดุ้งร้องเบาๆ "เป็นอะไรคะ พี่?" เอวาถามด้วยความเป็นห่วง
"ป่าวครับ โดนบาดนิ้วหน่อย" ธีร์รู้สึกถึงอากาศเย็นๆ ที่ไหลเข้ามาบ้าง เขาปีนลงมากุมนิ้วกลางที่เริ่มมีรอยแดง "ไหนดูหน่อยค่ะ เอวาดูให้"

เอวานำผ้าขนหนูเล็กๆ ของเธอมาเช็ดให้ ก่อนจะจิ้มลิ้มแผลนั้นอย่างอ่อนโยน ธีร์รู้สึกเสียวซ่านไปทั้งปลายนิ้ว เอวาค่อยๆ คายนิ้วออกมา แล้วยื่นหน้ามากระซิบข้างหูเขา "เดี๋ยวก็หายค่ะ เอวาใช้วิธีนี้บ่อย ไม่เป็นแผลเป็นด้วย"

ธีร์ยืนแนบร่างเข้ากับเอวาอย่างไม่ตั้งใจ แก่นกายที่แข็งโป๊กของเขากดทับอยู่บนหน้าท้องแบนราบของเธอจนหัวควยโผล่พ้นขอบกางเกงในออกมา เอวาสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตนั้น เธอหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น

เขาค่อยๆ ดึงแขนเอวาให้นั่งลงเพื่อปิดบังแก่นกายที่ตั้งตะหง่านจากสายตาของลลิษา ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งกอดอกชันเข่า ปิดปังสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบของเธอไว้ ดวงตาหวานฉ่ำมองการกระทำของเขาด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความอับอายและความปรารถนา

"อะไรจ๊ะ เอวา ขำอะไร ขนาดนี้ยังมีอารมณ์ขันอีก?" พราวถามอย่างเอ็นดู
"ก็... พวกเราทุกคนใจตรงกันนี่ ใส่ชั้นในสีขาวกันหมดเลย ฮิ ฮิ" เอวากล่าวด้วยความไร้เดียงสา
"แหม บ้าจังเลย เอวา" พราวยอมรับว่าเธอเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน "แตกต่างตรงของธีร์นะสิ กลางลำตัวเหมือนมีกระบอกไฟฉายใหญ่จับยัดอยู่ในกางเกงใน!"

ลลิษาสะดุ้งเล็กน้อย เธอซุกหน้าเข้ากับแขนของธีร์อย่างรวดเร็ว ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างเกือบเปลือยของเธอ "มิน่า ถึงต้องมาผจญภัยด้วยกันในลิฟต์นี้ อิ อิ" เอวายังคงหัวเราะไม่หยุด

"พอแล้วจ้ะ พักผ่อนกันเถอะ อากาศในนี้เริ่มดีขึ้นหน่อยแล้ว ขอบคุณนะค่ะ ธีร์" พราวปรามเอวาเบาๆ แต่แววตาของเธอไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย... มันเต็มไปด้วย **ความคาดหวัง**


ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความเห็น
เข้ามาเป็นคนแรกสำหรับการแสดงความเห็นวิดีโอนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ยอดนิยมมากที่สุด